ไวรัส RSV เชื้ออันตรายหน้าฝน ที่คนทุกวัยต้องระวัง!!

0
1236

ไวรัส RSV

    ไวรัส RSV เชื้อที่มักจะระบาดในช่วงเปลี่ยนผ่านฤดู ยิ่งช่วงนี้เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวฝนตก จึงกลายเป็นเรื่องหวานหมูของเจ้าไวรัสตัวนี้ ล่าสุดก็มีข่าวเด็กวัย 5 เดือน เสียชีวิตจากอาการป่วยเชื้อไวรัส RSV แต่บางคนอาจไม่รู้ว่าผู้ใหญ่ก็สามารถติดเชื้อได้เช่นกัน

    วันนี้ หมีหมี จึงจะพาเพื่อนๆ ไปทำความรู้จักกับ “ไวรัส RSV เชื้ออันตรายหน้าฝน ที่คนทุกวัยต้องระวัง!!” กันครับ

เชื้อไวรัส RSV คืออะไร

    เชื้อไวรัส RSV มีชื่อเต็มๆ ว่า Respiratory syncytial virus โดยพบเชื้อในลิงชิมแปมซีที่ป่วยเป็นหวัดก่อนจะพบว่าสามารถติดต่อมายังคนได้ ซึ่งเชื้อนี้ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจทั้งส่วนบนและส่วนล่างของมนุษย์ และมักระบาดบ่อยในช่วงฤดูฝน หรือช่วงปลายฝนต้นหนาว 

ไวรัส RSV

ใครสามารถติดเชื้อได้บ้าง

    คนทุกเพศทุกวัยสามารถติดเชื้อ RSV ได้ แต่เด็กอายุน้อยหรือทารก จะติดเชื้อ ได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุ เพราะมีภูมิต้านทานต่ำกว่า ทั้งนี้ผู้ใหญ่ที่เป็นโรคหัวใจและโรคปอด หรือผู้ป่วยที่มีภูมิต้านทานต่ำ ก็มักจะติดเชื้อนี้ได้ง่ายเช่นกัน

อาการของผู้ที่ติดเชื้อไวรัส RSV

    ผู้ที่ติดเชื้อส่วนใหญ่จะแสดงอาการหลังสัมผัสเชื้อ 4-6 วัน เพื่อให้เข้าใจและสังเกตอาการได้ง่ายๆ หมีหมีขอแบ่งอาการออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

1. กลุ่มที่มีอาการไม่รุนแรง เช่น เด็กโต ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ จะมีอาการคัดจมูก มีน้ำมูก ไอแห้ง เจ็บคอ ปวดศีรษะ และมีไข้นิดหน่อย คล้ายไข้หวัดธรรมดา หากได้รับการรักษา อาการจะดีขึ้นภายใน

อาการคัดจมูก มีน้ำมูก

2. กลุ่มที่เป็นโรคหัวใจหรือโรคปอดเรื้อรัง แล้วติดเชื้อไวรัส RSV ร่วมด้วย จะมีอาการไอรุนแรง มีไข้ หายใจมีเสียงหวีด หายใจลำบาก และถ้าอาการหนักขึ้น บริเวณปากหรือเล็บจะมีสีเขียวคล้ำ เนื่องจากขาดออกซิเจน

3. กลุ่มที่มีอาการรุนแรงที่สุด เช่น เด็กเล็กมีภูมิต้านทานต่ำ และทารก จะมีอาการรุนแรงขึ้นในช่วง 2-8 วันหลังสัมผัสเชื้อ โดยจะมีอาการ เบื่ออาหาร จาม ไอ มีน้ำมูก มีไข้ หายใจเร็ว หายใจมีเสียงหวีด เซื่องซึม แต่ถ้าอาการหนักขึ้น ไอมีเสมหะ หอบ น้ำมูกเหนียว ปลายนิ้วหรือปากมีสีเขียวคล้ำ ไข้สูงกว่า 38 องศา ควรรีบพบแพทย์โดยเร็วที่สุด

อาการรุนแรง ไข้ขึ้น

สาเหตุของการติดเชื้อ

    เชื้อไวรัส RSV สามารถมีชีวิตอยู่บนวัตถุต่างๆ ได้นานหลายชั่วโมง ยิ่งช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว ไวรัสจะแพร่กระจายได้ดีผ่านการสัมผัสโดยตรง หรือจากผู้ที่ติดเชื้อไอและจาม ผ่านอากาศเข้าสู่ร่างกายทางตา จมูก หรือปาก 

วิธีรักษา

    การรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อ RSV ยังเป็นการรักษาตามอาการเท่านั้น เพราะยังไม่มียารักษาโดยตรง ซึ่งผู้ที่มีอาการไม่รุนแรง สามารถดูแลตัวเองได้ที่บ้าน อยู่ในที่ที่อากาศปลอดโปร่ง นั่งและนอนในท่าที่สามารถหายใจได้สะดวก ดื่มน้ำมากๆ ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ และลดไข้ด้วยการรับประทานยากลุ่มอะเซตามิโนเฟน (Acetaminophen)

 

    แต่หากมีอาการขั้นรุนแรง ให้รีบเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล จะดีที่สุดครับ เพราะหากปล่อยไว้ เชื้อ RSV นี้สามารถคร่าชีวิตคุณหรือคนที่คุณรักไปได้

เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล

 

วิธีป้องกัน

    แม้ว่าในปัจจุบัน ประเทศไทยจะยังไม่มีวัคซีนป้องกันการติดเชื้อ RSV แต่เพื่อป้องกันการติดเชื้อและแพร่กระจายของเชื้อ สามารถเริ่มจากคนในครอบครัว ช่วยกันปฏิบัติตนตน ดังนี้

  • หมั่นล้างมือบ่อยๆ และล้างมือให้สะอาด ก่อนทานอาหาร และหลังเข้าห้องน้ำ
  • ทำความสะอาดบ้าน โต๊ะ หรืออุปกรณ์ที่มีการสัมผัสบ่อยๆ เช่น รีโมท เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อ
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ และสูดดมควันต่างๆ ที่ทำร้ายระบบทางเดินหายใจ
  • หากบ้านไหนมีเด็กที่คลอดก่อนกำหนด ทารกอายุ 1-2 เดือน หรือเด็กที่ภูมิต้านทานต่ำ ให้รักษาความสะอาดมากกว่าบ้านอื่น 

    ทั้งนี้แม้ว่าการติดเชื้อ RSV จะมีอาการรุนแรงและอันตรายถึงชีวิตในเด็กที่มีภูมิต้านทานต่ำ แต่ผู้ใหญ่ก็ควรระวังการติดเชื้อ ร่วมกับโรคอื่นๆ ด้วย ทางที่ดีทำประกันสุขภาพ ทั้งครอบครัวไว้คุ้มครองยามเจ็บป่วย ช่วยจ่ายค่ารักษา ค่าห้อง ค่าอาหาร และยัง“ลดหย่อนภาษีได้” ไม่กระทบเงินเก็บอีกด้วย สนใจlปรึกษาเรื่องประกันภัยโทร Hotline 1737 หรือ คลิก www.tqm.co.th

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here