เช็คสภาพรถมือสอง ง่ายๆไม่กี่ขั้นตอน ดูรถไม่เป็นก็ตรวจสอบได้

0
1918

เช็คสภาพรถมือสอง แบบไหนไม่ให้ถูกยอมแมว

     เช็คสภาพรถมือสอง สบายๆชิวๆ ด้วยขั้นตอนเบื้องต้นแค่ 3 ข้อเท่านั้น จะดูรถมือสองก็ดูไม่เป็น แถมกลัวโดนย้อมแมวอีกต่างหาก แต่วันนี้หมดห่วงได้เลย เพราะพี่หมีจะบอกวิธีตรวจสอบภาพรถยนต์มือสองง่ายๆ ให้เอง!

เช็คสภาพรถมือสอง

     เริ่มต้นจากการดูตัวถัง (Body) ตรวจสอบสภาพรถภายนอกก่อนว่ามีร่องรอยที่เคยถูกชนหรือป่าว แต่ถ้าดูแล้วยังไม่แน่ใจ ให้เช็คทั้งหมด 6 จุดตามนี้

1. ฝากระโปรงรถ ที่ฝากระโปรงรถของทุกคนจะมีคาน และที่คานจะมีรู บางรุ่นก็เป็นสีเหลี่ยม บางรุ่นก็เป็นวงกลม ถ้าเกิดว่ารูเบี้ยวแสดงว่าเคยชนมาบ้างนั่นเอง

2. ป้ายทะเบียน เป็นอีกหนึ่งจุดที่สามารถเช็คสภาพรถมือสองได้ง่ายๆ ถ้าเกิดว่าป้านทะเบียนมีรอยพับหรือรอยตัด ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่าเคยชนมา

3. กระโปรงท้ายรถ ให้ลองเปิดเช็คโปรงท้ายรถดูว่าด้านในมีรอยเบี้ยวหรือไม่ และอย่าลืมเช็คไฟท้ายทั้ง 2 ดวงด้วยนะว่าหลุดจากเบ้ามั้ย มีรอยแยกเว้นช่องไฟเท่ากันมั้ย มีรอยเบี้ยหรือเกยกันมั้ย สุดท้ายคือเช็คคาน ซึ่งจะใช้วิธีเดียวกันกับเช็คกระโปรงหน้าเลย แต่ว่าต้องรื้อพรมปูท้ายรถออกก่อนเพื่อที่จะได้เห็นพื้นชัดๆนั่นเอง

4. สีรถ รถยนต์ที่ผ่านการทำสีมา สีจะเพี้ยนนิดหน่อย แต่ถ้ามองดีๆจะพอมองออก(ตัวพี่หมีเองก็แยกไม่ออกเหมือนกัน ฮ่าๆ) สำหรับใครที่ดูไม่ออก ให้ใช้วิธีเคาะดู เคาะให้รอบคันเลยนะ รถที่ทำสีมาแล้วเสียงจะทึบๆ แต่หากไม่เคยผ่านการทำสี เป็นสีจากโรงงานจริงๆ เสียงจะโปร่งๆ (อันนี้ฟังออกได้ง่ายๆ พี่หมีคอนเฟิร์ม)

5. หลังคารถ หากรถเคยพลิกคว่ำ หรือหงายตะแคงมาก่อนจะต้องมีร่องรอยที่หลังคารถ ให้ลองเคาะๆดู และอย่าลืมสังเกตขอบคิ้วกระจกทั้งหน้าและหลังว่าเหมือนกันมั้ย มีรอยแตกของสีโป๊วหรือเปล่า ที่สำคัญคือหลังคาไม่ควรมีสีที่สดกว่าประตูข้าง เพราะหลังคารถคือส่วนที่รับแสงแดดมากที่สุด

เช็คสภาพรถมือสอง

     จบไปแล้วกับการดูส่วนรอบนอกของรถ ขั้นตอนต่อไปคือการตรวจสอบ ห้องเครื่อง , ช่วงล่าง , เกียร์ ส่วนมากก็เพื่อเช็คสภาพรถยนต์มือสองที่เรากำลังจะซื้อนี่แหละ ว่ายังใช้งานได้ดีหรือไม่ วิธีตรวจก็ง่ายแสนง่ายแค่ 3 ข้อเท่านั้น

1. เครื่องยนต์ ถ้าเครื่องยนต์มีปัญหาหรือเครื่องยนต์หลวม จะมีเสียงดัง ไม่นิ่ง รอบสูงบ้าง ไม่ก็ต่ำบ้าง แถมเวลาเครื่องร้อน ก้านวัดระดับน้ำมันเครื่องจะมีควันพุ่งออกมา หรือไม่ก็จะมีน้ำมันเครื่องกระเซ็นออกมาเป็นละออง

2. เกียร์ เช็คก่อนเลยว่าเวลาออกตัวรถมีการอาการรถกระตุกหรือเข้าเกียร์ยากมั้ย ถ้ามีก็รู้ไว้ได้เลยว่าเครื่องยนต์มีปัญหาแน่นอน หากทดลองขับแล้วได้ยินเสียงเสียงแหวกอากาศเข้ามา แต่พอจอดรถนิ่งๆกลับไม่มีเสียง นั่นก็หมายความว่าเกียร์มีปัญหาเช่นกัน ส่วนวิธีเช็คสำหรับเกียร์ออโต้ ก่อนที่จะเข้าเกียร์ ให้เหยียบเบรคค้างเอาไว้ก่อน เมื่อเข้าเกียร์ D หากรถไม่กระตุก ไม่กระชาก ถือว่ารถยนต์คันนี้ยังอยู่ในเกณฑ์สอบผ่าน สุดท้ายคือลองขับดูว่าเกียร์ทำงานได้ดีทุกเกียร์หรือไม่ ถ้าทำงานได้ปกติก็ถือว่ารถยนต์คันนี้โอเคเลยล่ะ!

3. ช่วงล่าง สามารถเช็คได้ง่ายๆแค่ลองขับไปที่ที่ขรุขระหน่อย (ถ้าหาไม่ได้ ให้ลองขับขึ้นลูกระนาด) แล้วลองดูว่ามีเสียงกรุกกรักมั้ย ถ้ามีแปลว่าช่วงล่างไม่แน่น แต่ก็อย่าขับเร็วมากนะครับ อาจจะเกิดอันตรายเอาได้

     จุดสุดท้ายที่ต้องเช็คคือ ห้องโดยสาร ไปดูกันเลยดีกว่าว่ามีจุดไหนบ้างที่ต้องตรวจเช็ค

1. กลิ่น ถ้าภายในรถมีกลิ่นอับให้คิดไว้ก่อนเลยว่ามีน้ำเข้า ให้ลองเปิดยางปูพื้นออกดูว่าพื้นพรมมีรอยชื้นของน้ำรึป่าว บางคันนี่ถึงขนาดผุจนทะลุเลยก็มี เปิดดูให้หมดเลยนะครับ ทั้งที่นั่งคนขับ ที่นั่งข้างคนขับ และด้านหลังรถทั้งหมด

2. คอนโซล ลองตรวจดูว่ามีรอยแตกร้าวมั้ย ช่องแอร์สามารถปรับทิศทางได้รึป่าว เพราะรถบางรุ่นหาอะไหล่เปลี่ยนยากมากๆ

3. ช่องแอร์ ลองเปิดเช็คแอร์ดูว่าทำงานได้ปกติดีหรือป่าว แต่อย่าเช็คแค่แปปๆนะ ต้องใช้เวลา ลองเปิดทั้งเอาไว้เลย แล้วไปเดินตรวจตรงจุดอื่นๆก่อน แล้วค่อยกลับมาดูว่าแอร์เย็นฉ่ำดีมั้ย อย่าลืมที่จะฟังเสียงแอร์ด้วยนะ บางคันอาจมีเสียงดังผิดปกติก็เป็นได้

     การเช็คสภาพรถยนต์มือสองไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ได้ยากจนเกินไป สามารถทำด้วยตัวเองได้ ไม่ต้องจ้างใครไปตรวจให้เปลืองเงิน สำหรับใครที่สนใจจะถอยรถมือสองสักคัน อย่าลืมที่จะทำประกันรถยนต์เอาไว้ด้วยนะครับ พี่หมีแนะนำนี่เลย! ประกันรถยนต์ชั้น1 ราคาเพียง 7,500 บาท คุ้มครองหมด ไม่ว่าจะรถชน น้ำท่วม ไฟไหม้ โดนโจรกรรม แถมทำได้หมดไม่ว่าจะรถเก่าหรือใหม่

ติดตามข่าวสารใหม่ๆ ก่อนใครที่ > หมีหมี ดอทคอม ที่เดียวจบครบทุกสไตล์

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here