วิธีวัดไข้ ในช่วงที่ไวรัสโควิด-19 ระบาดหนัก

0
1642

วัดไข้ด้วยตัวเองต้องรู้อะไรบ้าง

     วิธีวัดไข้  เป็นการคัดกรองขั้นพื้นฐาน ในช่วงที่ไวรัสโควิด-19 ระบาดหนักอย่างนี้ เราคงต้องวัดไข้กันบ่อยหน่อย โดยเราสามารถวัดไข้ได้เองที่บ้านด้วยปรอทวัดไข้ที่สามารถหาซื้อได้ที่ร้านขายยาทั่วไป วันนี้ หมีหมี จะพามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการวัดไข้ และวิธีใช้เครื่องมือวัดไข้ในแต่ละประเภทกันครับ

"<yoastmark

อุปกรณ์วัดไข้มีกี่ประเภท

     เครื่องมือในการวัดอุณหภูมิของร่างกายมีทั้งหมด 4 ประเภท ดังนี้

ปรอทแก้ว
ปรอทแก้ว

     1. ปรอทแก้ว ก่อนใช้ต้องสะบัดให้ค่าอยู่ที่ 35 องศาเซลเซียสก่อน ใช้หลักการทางฟิสิกส์ในเรื่องการคุณสมบัติการขยายตัวของของเหลวในแท่งแก้วเครื่องมือชนิดนี้นิยมใช้วัดอุณหภูมิทางปากหรือทางรักแร้ ข้อดีคือ หาซื้อง่าย ราคาถูก อ่านค่าอุณหภูมิมีความน่าเชื่อถือและมีความถูกต้อง ข้อเสียคือ แตกง่าย อ่านค่ายาก ใช้เวลาในการวัดนาน ทำให้ไม่เหมาะสมในการคัดกรองผู้ป่วยจำนวนมาก   

ปรอทดิจิตอล
ปรอทดิจิตอล

     2. ปรอทดิจิตอล พัฒนาต่อยอดมาจากแท่งแก้ว หน้าจอแสดงผลเป็นแบบตัวเลข  เครื่องมือชนิดนี้นิยมใช้ในการวัดอุณหภูมิทางปากหรือทางรักแร้ในผู้ใหญ่หรือเด็กโต รวมถึงใช้ในการวัดอุณหภูมิทางทวารของเด็กเล็กด้วย ข้อดีคือ สะดวก รวดเร็ว มีเสียงแจ้งเตือนเมื่อวัดไข้เสร็จ อ่านค่าง่าย ข้อเสียคือ ถ้าโดนน้ำ หรือตก อาจพังได้ ไม่ได้รวดเร็วในการใช้ในการคัดกรองคนจำนวนมาก

เครื่องวัดอุณหภูมิในช่องหู
เครื่องวัดอุณหภูมิในช่องหู

     3. เครื่องวัดอุณหภูมิในช่องหู ใช้หลักการวัดอุณหภูมิความร้อนที่แพร่ออกมาของร่างกายโดยไม่สัมผัสกับอวัยวะที่วัด มีหน้าจอแสดงผลเป็นแบบตัวเลข บริเวณปลายมีเซ็นเซอร์วัดรังสีอินฟราเรดที่ร่างกายแพร่ออกมา โดยเครื่องมือได้ออกแบบให้วัดที่บริเวณเยื่อแก้วหู ข้อดีคือ อ่านค่าอุณหภูมิได้รวดเร็วเหมาะสมกับการคัดกรองคนจำนวนมาก ข้อเสียคือ  การปนเปื้อนและติดเชื้อจากทางหูกรณีไม่เปลี่ยนปลอกหุ้ม

เครื่องวัดอุณหภูมิทางหน้าผาก
เครื่องวัดอุณหภูมิทางหน้าผาก

     4. เครื่องวัดอุณหภูมิทางหน้าผาก พัฒนามาเพื่อลดโอกาสในการติดเชื้อของเครื่องวัดอุณหภูมิในช่องหู แต่ยังคงวัดอุณหภูมิได้อย่างรวดเร็ว เพื่อใช้ในการคัดกรองผู้ป่วยจำนวนมาก มีหน้าจอแสดงผลเป็นแบบตัวเลข บริเวณปลายมีเซ็นเซอร์วัดรังสีอินฟราเรดที่ผิวหนัง โดยเครื่องมือได้ออกแบบให้วัดที่บริเวณหน้าผาก ข้อดีคือ อ่านค่าอุณหภูมิได้รวดเร็วเหมาะสมกับการคัดกรองคนจำนวนมาก ข้อเสียคือ การวัดที่บริเวณอื่นอาจมีข้อผิดพลาดไม่แม่นยำ รวมถึงระยะการวัดที่ห่างเกินไปทำให้การวัดผิดพลาดได้

วิธีการวัดไข้ร่างกายแต่ละส่วน

1. ผิวหนัง

     วิธีการวัดไข้ : เช็ดหน้าผากให้แห้ง ใช้แถบวัดไข้แปะหน้าผากนาน 15 วินาทีจนตัวเลขขึ้น

     เหมาะสม : ทุกเพศทุกวัย

2. รูหู

     วิธีการวัดไข้ : ใช้เครื่องวัดไข้แบบแสงอินฟาเรดยิงเข้าไปในรูหู โดยดึงใบหูไปทางด้านหลังเล็กน้อยเพื่อให้รูหูตรง วัดครั้งละ 2-3 วินาที แล้ววัด 2 ครั้งเพื่อหาค่าเฉลี่ย

     เหมาะกับ : เด็กเล็กอายุ 3 เดือนขึ้นไป เพราะมีขนาดรูหูใหญ่มากพอที่แสงอินฟาเรดจะยิงเข้าไปถึงเยื่อแก้วหู

3. ใต้ลิ้น

     วิธีการวัดไข้ : อมปรอทให้ส่วนหัวสีเงินอยู่ใต้ลิ้น เพราะเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดจำนวนมาก จะทำให้ได้อุณหภูมิที่ถูกต้องที่สุด อมปรอทไว้นานเกิน 3 นาที

     เหมาะกับ : เด็กเล็กที่อายุมากกว่า 5 ขวบ  และเหมาะสำหรับผู้ใหญ่เพราะให้ผลค่อนข้างชัดเจน และแม่นยำในระดับหนึ่ง 

4. รักแร้

     วิธีการวัดไข้ : สอดปรอทให้ส่วนหัวสีเงินสอดเข้าไปในรักแร้ พับแขนหนีบปรอทเอาไว้ 2-3 นาที 

     เหมาะกับ : ทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็ก

5. ทวารหนัก

     วิธีวัดไข้ : วิธีนี้ได้จะได้อุณหภูมิที่ใกล้เคียงกับอุณหภูมิแกนกลางของร่างกายมากที่สุด โดยเอาวาสลีนทาที่ปลายปรอท แล้วใส่เข้าไปที่ทวารหนัก ลึก 1 นิ้ว นาน 2 นาที ขณะวัดไข้จับปรอทไว้ให้แน่นอย่าให้ขยับไหลลึกเข้าไป

     เหมาะสม : เด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี

     โดยคนทั่วไปจะมีอุณหภูมิร่างกายอยู่ระหว่าง 36.5- 37.4 องศาเซลเซียสโดยประมาณ สำหรับผู้ที่เริ่มมีไข้หรือสงสัยว่าติดเชื้อจะมีอุณหภูมิที่มากกว่า 37.5 องศาเซลเซียสเป็นต้นไป มีอาการไอ เจ็บคอ ติดต่อเป็นเวลานาน หรือไปในสถานที่เสี่ยงติดเชื้อไวรัส ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจหาเชื้อทันที และเพิ่มความอุ่นใจด้วย ประกันภัยโควิด-19 เบี้ยหลักร้อยคุ้มครองหลักล้าน สนใจคลิกเลย ประกันภัยโควิด-19 หรือโทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ 1737 ตลอด 24 ชั่วโมงครับ

 

 

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here