ประกันรถยนต์ชั้น1 คุ้มครองอะไร? แล้วชนแบบไหนต้องจ่าย Excess?

0
950

ประกันชั้น1 คุ้มครองอะไรบ้าง

     หนึ่งเหตุผลที่คนขับรถเลือกใช้ประกันชั้น 1 นั่นก็เพราะเป็นประกันที่คุ้มครองครอบคลุมสูงสุด แต่น้อยคนที่จะรู้ลึกรู้จริงถึงรายละเอียดความคุ้มครอง ว่าแท้ที่จริง ประกันชั้น1 คุ้มครองอะไรบ้าง วันนี้เราจะมาลงลึกกันเพื่อไม่ให้เกิดข้อขัดแย้งกันระหว่างเคลมประกัน ถ้าพร้อมแล้ว ตามพี่หมีมาเลย ^^

ประกันชั้น1คุ้มครองอะไรบ้าง

     ก่อนอื่นเรามารู้จักประกันภัยรถยนต์กันก่อน ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับหรือ พ.ร.บ. กับประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ แล้วสองอย่างแตกต่างกันอย่างไร เรามาทำความเข้าใจกัน

1. ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับหรือ พ.ร.บ. จะคุ้มครองคนเจ็บทันที เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชน (คุ้มครองแค่คน ไม่คุ้มครองรถ)

2. ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ เหมือนเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่เพิ่มความคุ้มครองจากประกันภาคบังคับให้มากขึ้น นั่นก็คือ คุ้มครองรถและทรัพย์สินด้วย ซึ่งก็มีให้เลือกหลายขั้น ตั้งแต่ ประกันชั้น1,2,2+,3 และ 3+ โดยประกันชั้น 1 ให้ความคุ้มครองครอบคลุมที่สุด ส่วนชั้นอื่นๆ จะลดหลั่นกันลงมา แต่บางบริษัทอาจมีมากกว่านั้นคือ ประกันชั้น 4 และ 5  บางคนไม่เคยได้ยินเพราะบริษัทประกันไม่ค่อยหยิบมาโฆษณาด้วยราคาที่ถูกมากแต่คุ้มครองแค่ทรัพย์สินของคู่กรณี

ประกันชั้นไหนได้รับความนิยมสูงสุด?

     คำตอบคือ ประกันชั้น 2+ จะนิยมกันมากในหมู่คนที่ต้องการต่อประกันรถยนต์ แต่ถ้าเลือกได้ ประกันที่คนส่วนใหญ่อยากทำมากที่สุด คือ ประกันภัยชั้น 1 เนื่องจากได้รับความคุ้มครองที่ครอบคลุม แม้ต้องจ่ายเบี้ยที่แพงกว่า และเสียค่า excess ในบางกรณี ก็ถือว่าคุ้มค่า 

     แต่ใช่ว่าประกันชั้น 1 เบี้ยจะแพงเสมอไป เพราะการเลือกประกันภัยผ่านโบรกเกอร์ประกัน ทำให้ได้เบี้ยที่ถูกกว่าการซื้อผ่านบริษัทประกันโดยตรง (ค้นหาเบี้ยประกันภัยชั้น1) เพราะโบรกเกอร์มีฐานลูกค้าอยู่ในมือจำนวนมากทำให้สามารถต่อรองกับบริษัทประกันเพื่อให้ได้ราคาที่ถูกลงนั่นเอง (ซื้อประกันผ่านโบรกเกอร์ เบี้ยถูกกว่าจริงหรือไม่)

ชนแบบไม่มีคู่กรณี

1. ชนแบบไม่มีคู่กรณี หรือการขับรถชนอะไรก็ตามที่ไม่ใช่รถยนต์ เช่น ต้นไม้ ถังขยะ ฟุตบาท ผนังกำแพง เสาไฟฟ้า ชนสัตว์ที่วิ่งตัดหน้ารถ จนทำให้รถของคุณเกิดความเสียหาย ประกันชั้น 1 สามารถเคลมได้ นอกจากนี้ยังรวมไปถึงกรณีโดนชนแล้วหนีอีกด้วย

2. ซ่อมทั้งรถเราและเขา เพราะประกันชั้น1 คุ้มครองต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อร่างกาย ชีวิต และทรัพย์สินทั้งของเราและของคู่กรณี หมายถึงกรณีรถชนรถ ไม่ว่าผู้เอาประกันจะเป็นฝ่ายถูกหรือผิด ก็สามารถเคลมได้ทั้งรถผู้เอาประกันและรถคู่กรณี

3. คุ้มครองน้ำท่วม นอกจากจะคุ้มครองกรณีรถชนแล้ว ประกันชั้น 1 ยังคลุมครองถึงความเสียหายที่เกิดจากภัยธรรมชาติอย่าง น้ำท่วม หากคุณอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยก็สบายใจได้เลย น้ำท่วมแค่ไหนประกันชั้น1 ก็ดูแล 

4. ไฟไหม้รถ เหตุการณ์สุดสยองที่ไม่เคยบอกล่วงหน้า รถคันไหนมีความเสี่ยงไฟไหม้ อย่างเช่น รถติดแก๊ส หรือต้องเดินทางไกลบ่อย ในสภาพอากาศที่ร้อนจัด ก็ควรมีประกันที่คุ้มครองไฟไหม้ได้อย่างประกันชั้น1 ที่ไม่ว่าจะไหม้ทั้งคัน หรือไม่รับความเสียหายเพียงนิดเดียว ก็สามารถเคลมประกันชั้น1 ได้หายห่วง

5. รถหาย จากสถิติการโจรกรรมรถเมื่อปี 2561 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า ซึ่งสถานที่ 5 อันดับที่เกิดเหตุรถหายบ่อยที่สุดคือ ลานจอดรถการเคหะร่มเกล้า, ลานจอดรถเคหะคลองจั่น, ลานจอดรถสนามหลวง 2, ลานจอดรถคอนโดย่านเมืองทอง และลานจอดรถห้างสรรพสินค้าย่านรังสิต เห็นแบบนี้ไม่ต้องตกใจ เพราะประกันชั้น1 คุ้มครองกรณีรถหายด้วย

เคลมประกันชั้น 1 

     การเคลมประกันชั้น 1 สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ มีค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) และไม่มีค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งในส่วนนี้จะเป็นข้อพิพาทกันมาตลอด เมื่อเกิดเหตุนี้หรือเหตุไหนจะต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรกหรือไม่  เพื่อไม่ให้เสียเวลาหรือเข้าใจผิดกันภายหลัง พี่หมีลองทำการแบ่งตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ออกเป็น 2 กรณี ระหว่าง กรณีไม่เก็บค่าเสียหายส่วนแรก กับ กรณีที่มีการเก็บค่าเสียหายส่วนแรกไว้ดังนี้

     ♦ กรณีที่ไม่เก็บค่าเสียหายส่วนแรก ได้แก่ รถชนรถแบบมีคู่กรณี รถชนเสาไฟฟ้า รถชนประตูบ้าน รถชนต้นไม้ ชนกำแพง รถชนฟุตบาท รถชนคนชนสุนัขชนสิ่งมีชีวิต รถพลิกคว่ำ รถชนราวสะพาน รถชนป้ายจราจร หรือรถชนทรัพย์สินอื่นๆ 

     ♦ กรณีที่จะเรียกเก็บค่าเสียหายส่วนแรก ได่แก่ รถถูกกรีด ถูกขีดข่วน รถถูกละอองสี รถถูกสัตว์กัดแทะหรือรอยข่วนจากสัตว์ หินหรือวัสดุใด ๆ กระเด็นใส่ทำให้กระจกรถแตกหรือเสียหาย รถเฉี่ยวกิ่งไม้ ลวดหนาม หรือสายไฟฟ้า ยางรถฉีกเพราะเหยียบตะปูหรือของมีคม รถตกหลุม หรือไถลตกข้างทาง (ต้องไม่พลิกคว่ำ) น้ำท่วมรถ

 

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here